5 ข้อดี เมื่อมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารบริการในร้าน

5 ข้อดี เมื่อมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารบริการในร้าน

04 ก.ย. 2566   ผู้เข้าชม 147

เทคโนโลยีหุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์ ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น นับจากเมื่อปี 2019 ได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 ธุรกิจทุกประเภทรวมถึงธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการไปต่อได้ โดยนำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะ "เทคโนโลยีหุ่นยนต์บริการ" หรือ "หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร" นั่นเอง ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างพนักงานและลูกค้า ลดการสัมผัสโดยตรงกับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารได้รับความสนใจและมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี บทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารยอดนิยมที่ร้านอาหารต่างเลือกใช้ และ 5ข้อดี เมื่อใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารช่วยบริการในร้าน

 

หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร รุ่นยอดนิยม

 

1. BellaBot

รุ่นแรกจะเป็นรุ่นที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ เป็นหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ที่มีรูปลักษณ์คล้ายแมว นั่นก็คือ "หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารพรีเมี่ยม รุ่น BellaBot" ดึงดูดสายตา และโต้ตอบด้วยการแสดงสีหน้าหลากหลายอารมณ์ เรียกได้ว่าถูกออกแบบให้เหมือนแมวอย่างสมจริงมากๆ 

 

 

 

จุดเด่น BellaBot

  • โหมดใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดต้อนรับ, โหมดจัดส่งอาหาร, โหมดเคลื่อนที่ต่อเนื่อง, โหมดวันเกิด, โหมดส่งคืนจาน
  • ถาดกว้าง และแข็งแรง ทำมาจากวัสดุเกรดอากาศยาน
  • ถาดอัจฉริยะ รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 10 กิโลกรัมต่อถาด 
  • ถาดมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับ กรณีลูกค้าหยิบผิดถาด จะมีไฟและเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • เคลื่อนที่ในพื้นที่ระบบแคบสุด 70 เซนติเมตร
  • มี Ridar และ Sensor ที่แม่นยำ ปลอดภัย
  • เชื่อมต่อกับ Pudu Pager และ การเรียกผ่านแอพได้

 

ฺBellaBot เหมาะกับใคร ?

  • ร้านอาหาร
  • ร้านบุฟเฟ่ต์
  • คาเฟ่
  • โรงเรียน

 

 

2. KettyBot

หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารขนาดเล็กของเรา ขอบอกเลยว่า จัดว่าเด็ด! นั่นคือ "หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารและโฆษณา รุ่น KettyBot"  เป็นรุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่น เพราะสามารถทำงานได้หลากหลายหน้าที่ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟ การประชาสัมพันธ์ โปรโมท จนได้สโลแกนประจำตัว "จิ๋ว แต่ แจ๋ว" !!

 

จุดเด่น KettyBot

  • ขนาดเล็ก กระทัดรัด เคลื่อนที่ในพื้นที่แคบสุดเพียง 55 เซนติเมตร
  • หน้าจอโฆษณา ขนาด 18.5 นิ้ว รองรับไฟล์ภาพนิ่งและวิดีโอ
  • โหมดใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดต้อนรับ, โหมดจัดส่งอาหาร, โหมดเคลื่อนที่ต่อเนื่อง, โหมดวันเกิด, โหมดแด๊นซ์
  • มีระบบกันสั่นสะเทือน
  • แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • มีระบบ Auto Charge
  • เชื่อมต่อกับ Pudu Pager และ การเรียกผ่านแอพได้

 

KettyBot เหมาะกับใคร ?

  • ร้านอาหาร
  • คาเฟ่
  • บาร์
  • ร้านบาร์บีคิว
  • โรงแรม
  • โรงพยาบาล

 

 

  3. PuduBot 2

หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารอเนกประสงค์ รุ่น PuduBot2 เป็นรุ่นที่ถูกอัพเกรดมาจากรุ่นเดิม คือ PuduBot  มีถาดกว้างและแข็งแรงที่สุด หลายคนอาจจะเห็นกันมาบ้างแล้วในร้านอาหารชั้นนำ เช่น Mk Restaurant เจ้าใหญ่ที่สุดในไทยที่เลือกใช้ PuduBot (รุ่นเดิม) และ PuduBot 2 (รุ่นใหม่ล่าสุด)  โดย PuduBot2 ได้มีการพัฒนาคุณสมบัติและฟังก์ชั่นให้ตอบโจทย์กับการใช้งานมากขึ้น

 

 

จุดเด่น PuduBot 2

  • โหมดใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดจัดส่งอาหาร, โหมดเคลื่อนที่ต่อเนื่อง, โหมดส่งคืนจาน, โหมดวันเกิด
  • หน้าจอขนาด 7 นิ้ว แสดงสีหน้าและสถานะการทำงาน
  • ถาดรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 10 กิโลกรัมต่อถาด
  • ถาดกว้างมากขึ้น และสามารถปรับระดับถาดได้
  • มีช่องเชื่อมต่อ USB
  • ระบบชาร์จอัตโนมัติ
  • อายุแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 3 ชั่วโมง
  • เชื่อมต่อกับ Pudu Watch และ การเรียกผ่านแอพได้
  • กันน้ำและฝุ่นได้ ระดับ

 

PuduBot2 เหมาะกับใคร ?

  • ร้านอาหาร
  • โรงแรม
  • โรงงาน
  • อาคาร/สำนักงาน

 

และนี่ก็คือ 3 รุ่นยอดนิยมที่ธุรกิจร้านอาหารเลือกใช้ ทำความรู้จักกับหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารแต่ละรุ่นแล้ว มาดูประโยชน์ 5 ข้อ เมื่อมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารมาช่วยบริการในร้านกันต่อเลย...

 

 

5 ข้อดี เมื่อมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารบริการในร้าน

 

ข้อ 1. หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ลดภาระงานที่ทำงานซ้ำๆได้

  •         ลดการใช้ทรัพยากรแรงงานที่ทำงานซ้ำๆ เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ และพนักงานเก็บจาน

 

ข้อ 2. หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ทำงานควบกะได้

  •         กรณีที่ร้านเปิดให้บริการมากกว่า 8 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเยอะ เพราะการใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารสามารถทำงานได้ควบกะทั้งกะเช้าและกะดึก โดยไม่มีหยุดพัก

 

ข้อ 3. หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารมอบประสบการณ์งานบริการใหม่ให้ลูกค้าได้

  •        ปัจจุบันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารได้ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย มีหน้าตาน่ารักและร่วมสมัยมากขึ้น จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าคุณ

 

ข้อ 4. หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ช่วยแก้ปัญหา Turn Over ของพนักงานได้

  •        หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ช่วยลดอัตรการ Ture Over พนักงานได้ เพราะการใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร หรือส่งของ ช่วยให้พนักงานไม่เหนื่อยล้าเกินไป

 

ข้อ 5. หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้

  •      หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ช่วยลดต้นทุนได้ เพราะหุ่นยนต์สามารถทำงานได้โดยไม่มีหยุดพัก ไม่มีวัน ขาด ลา มาสาย เป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาการเทรนพนักงานบ่อยๆอีกด้วย และแก้ปัญหาที่เกิดจากอัตราค่าจ้างแรงงานที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

 

 

สรุป

ได้รู้จักหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารรุ่นยอดนิยม และ 5ข้อดีเมื่อมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารบริการในร้านไปแล้ว หากถามว่าอนาคตหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารจะเข้ามาแทนที่พนักงานเสิร์ฟหรือไม่ ต้องบอกตามตรงเลยว่า มีความเป็นไปได้ เนื่องจากปัญหาต่างๆ เรื่องพนักงาน ต้นทุนและจากการศึกษาหลายๆร้านพบว่า หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารสามารถใช้แทนคนได้จริง รวมถึงเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีความอัจฉริยะมากขึ้น 

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์ Delivery Robot เสิร์ฟอาหารถูกโต๊ะได้อย่างไร
31 ต.ค. 2566

หุ่นยนต์ Delivery Robot เสิร์ฟอาหารถูกโต๊ะได้อย่างไร

สาระน่ารู้
หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่มีบ่น
09 เม.ย. 2567

หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่มีบ่น

สาระน่ารู้
เหตุผลทีธุรกิจชั้นนำ เลือกใช้ "หุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์ Pudu Robotics"
22 ธ.ค. 2566

เหตุผลทีธุรกิจชั้นนำ เลือกใช้ "หุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์ Pudu Robotics"

สาระน่ารู้